ในปัจจุบันถือว่าเป็นสิ่งที่โชคดีสำหรับผู้ป่วยโรคสมรรถภาพทางเพศว่ามีทางเลือกในการรักษาหลายทางให้ช่วยให้อาการดีขึ้น




ทางเลือกอันดับแรกคือการรับประทานยา การปรึกษาจิตแพทย์และการใช้กระบอกสุญญากาศ ทางเลือกอันดับสองคือการฉีดยาเข้าทางองคชาตให้แข็งตัวผ่านทางแกนองคชาตหรือเข้าทางท่อปัสสาวะ ทางเลือกอันดับสามได้แก่การผ่าตัดใส่แกนกลางเข้าองคชาตหรือการผ่าตัดรักษาหลอดเลือดดำที่รั่ว อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษาในทางอุดมคติคือควรง่าย ไม่รุนแรง ไม่เจ็บ ประสบความสำเร็จสูงและมีผลข้างเคียงต่ำ



ผู้ป่วยโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้นิยามความสำเร็จในการรักษาโรคคือ การรักษาให้หายขาด ความพึงพอใจในการมีเพศสัมพันธ์ ความพึงพอใจในการมีเพศสัมพันธ์ของคู่รัก ความสามารถในการมีบุตร ความเป็นธรรมชาติ และการวางแผนเพื่อที่จะมีเพศสัมพันธ์เมื่อมีการใช้ยาเป็นภาระสำหรับผู้ป่วยและคู่นอน



ประวัติศาสตร์ของการรักษาสมรรถภาพทางเพศเริ่มต้นที่ทศวรรษที่ 1960 ด้วยการรักษาด้วยจิตบำบัด ทศวรรษที่ 1970 เริ่มมีการผ่าตัดใส่องคชาตเทียม ทศวรรษที่ 1980 มีการใช้ยาฉีดยาเข้าที่องคชาตในปี ค.ศ. 1997 มีการใช้ยาเข้าทางท่อปัสสาวะ ในปี ค.ศ. 1998 เริ่มมียารับประทานรักษา และในปัจจุบันมีการทดลองการใช้ยาที่ออกฤทธิ์ที่สมอง ตลอดจนการรักษาด้วยยีน
 
หัวใจของการรักษาด้วยจิตบำบัดทางเพศคือการสื่อสารระหว่างคู่รัก การลดลงของความกังวลในความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์ เพิ่มการกระตุ้นทางเพศ การจัดการปัญหาทางเพศร่วมกัน และความต่อเนื่องและการติดตามการรักษา




การรักษาด้วยยารับประทานได้แก่ยาที่ยับยั้งพีดีอี ซึ่งทำให้องคชาตขยายตัว จากยาดังกล่าวทำให้กล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือดขององคชาตคลายตัว แบ่งง่าย ๆ เป็นสามกลุ่มคือ



กลุ่มออกฤทธิ์สั้น ออกฤทธิ์ 4-6 ชั่วโมง ยากลุ่มนี้ช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยพร้อมเพื่อมีกิจกรรมทางเพศภายใน 4-6 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยา โดยแนะนำให้รับประทาน 30 นาทีก่อนมีเพศสัมพันธ์ ข้อควรระวังคือ ไม่ควรรับประทานอาหารประเภทไขมันและดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เมื่อใช้ยากลุ่มนี้ เนื่องจากจะลดการดูดซึมของยาเข้าสู่ร่างกาย



กลุ่มออกฤทธิ์ยาว ออกฤทธิ์นาน 36 ชั่วโมง ยากลุ่มนี้ช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยพร้อมทุกเมื่อ เพื่อมีกิจกรรมทางเพศภายใน 36 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยา โดยแนะนำให้รับประทาน 30 นาทีก่อนมีเพศสัมพันธ์ ยากลุ่มนี้สามารถรับประทานพร้อมอาหารประเภทไขมันและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ตามปกติ



กลุ่มที่รับประทานทุกวัน เป็นยารับประทานชนิดหนึ่งที่สามารถรับประทานได้ทุกวันและเหมาะสมกับผู้ป่วยที่ต้องการมีความพร้อมในทุกเมื่อทั้งกลางวันและกลางคืน เมื่อโอกาสนั้นมาถึงสำหรับผู้ป่วยและคู่โดยไม่ต้องคำนึงถึงยาอีกต่อไป



เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น และสามารถเพิ่มความพึงพอใจของผู้ป่วยได้ ตลอดจนลดอาการทางคลินิกของโรคซึมเศร้าของผู้ป่วย การรักษาทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นควรร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเช่นการหยุดการสูบบุหรี่ การจำกัดหรือหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทานอาหารสุขภาพ หรือออกกำลังกายเป็นประจำ.